วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554

เตรียมตัวตาย อย่างถูกต้องและปลอดภัย

ตามคติของเรา เราจะทำอะไรก็ได้ตายแล้วก็จบไป อยากทำอะไรก็ทำจะไปยากอะไรจริงมั้ย? แต่ถ้าเราลองคิดดูสิ ถ้าคติของคนอื่นคือคติของศาสนาต่างๆมากมายเป็นจริงล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นกับเรา  ลองคิดเล่นๆดู ใช้ตรรกะเหตุและผลประกอบ ต่อไปนี้จะเป็นเพียงคติของศาสนาที่ผมนับถึอคือศาสนาพุทธ ไม่ได้ว่าศาสนาอื่นไม่ดี แต่ผมไม่ค่อยมีความรู้ทางศาสนาอื่นมากนัก จึงขอหยิบยกพระธรรมคำสอนของพระพุทธ มาอธิบายประกอบ ตามคติของศาสนาพุทธ
ชีวิตมนุษย์และสรรพสัตว์ คือ รวมกัน ของ ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และวิญญาณ  จะกล่าวว่าชีวิตนั้นว่างเปล่าก็ได้ เพราะเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ทุกชีวิตก็ต้องตาย แยกธาตุไป สิ่งที่เกิดเมื่อครั้งเราทำตอนมีชีวิต ก็จะหมดค่า หมดความหมายอะไร สูญเปล่า ไร้ประโยชน์ สิ่งที่แสวงหามาทั้งชีวิต สุดท้ายก็ต้องละทิ้งไว้กับโลก แล้วจากไป จะทำดีทำชั่วก็ไม่มีประโยชน์ต่อโลกนี้
แต่ว่าในโลกหน้าเล่า? โลกหน้ามีอยู่จริงหรือ? เป็นเรื่องหลอกเด็กเท่านั้นหรือ? มันเป็นความฝันที่เกิดในสมองคน หรือว่ามีอยู่จริง?
กรณีที่1 ทำดีบ้าง ทำชั่วบ้าง มั่วๆกันไป 
ถ้ามันไม่มีโลกหน้าก็แล้วไป ช่างมันเถอะ ทำดีก็ได้ ทำชั่วก็ได้ สบายใจได้
แล้วถ้าหากโลกหน้ามีจริงเล่า?มีหลายศาสนา กล่าวไว้ว่า “โลกหน้ามีจริงอย่างแน่นอน ถ้าก่อนตาย ทำชั่วไปนรก ถ้าก่อนตายทำดีไปสวรรค์” เอาละสิ ถ้าเราทำแต่ความชั่ว ก็ชวยเลยสินะ ถึงตอนนั้นมันก็สายเสียแล้ว
กรณีที่2 ทำดีให้มาก ทำชั่วน้อยๆ
หลายคนจึงแบ่งรับแบ่งสู้ ทำดีบ้าง ชั่วบาง มั่วๆกันไป บางคนอาจจะทำความดี2  ทำความชั่ว 1 เผื่อตายไป จะได้ไม่ลำบากนัก เพราะบางศาสนา สอนว่า ถ้าทำชั่ว แต่ใจดีคิดว่า ทำเพื่อสิ่งดีที่จะเกิดข้างหน้า ก็ถือว่าเสมอตัว เจ๊ากันไป
กรณีที่3 มุ่งทำแต่ความดี บริหารจิตใจให้ผ่องใส
แต่ศาสนาพุทธ แยกความดีกับความชั่ว เป็นคนละส่วนกัน ทดแทนกันไม่ได้  จะทำดีก็ตาม ทำชั่วก็ตาม เมื่อก่อนตาย
3.1ถ้าใจของเรามีโทสะความโกรธ ก็ต้องไปเกิดในนรก ไปรับผลกรรม            ความชั่วจนหมด จะไปเกิดรับผลกรรมดีภายหลัง
3.2ถ้าใจของเรามีโมหะความหลง ก็ต้องไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานรับผล   กรรมความชั่วจนหมด จะไปเกิดรับผลกรรมดีภายหลัง
3.3ถ้าใจของเรามีโลภะความโลภ ก็ต้องไปเกิดเป็นเปรต อสุรกาย ฯลฯ
รับผลกรรมความชั่วจนหมด จะไปเกิดผลกรรมดีภายหลัง
3.4ถ้าใจเราไม่ได้คิดอะไร จะต้องไปพบ ยมบาล ให้ยมบาลติดสิน ถ้าทำดีมากกว่าก็ไปสวรรค์ ถ้าทำความชั่วมากกว่าก็ลงนรก แล้วจึงไปเกิดรับผลกรรมที่เหลือภายหลัง
3.5ถ้าใจของเราคิดถึงความดี เกิดจาก ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา จะไปเกิดในสวรรค์ รับผลกรรมความดีจนหมด จะไปเกิดรับผลกรรมชั่วภายหลัง
3.6ถ้าใจของเรามีสมาธิ หรืออยู่ในฌาน  จะไปเกิดในพรหมโลก รับผลกรรมความดีจนหมด จะไปเกิดรับผลกรรมชั่วภายหลัง
3.7 ถ้าเราทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ใจของเราละ โลภะ โทสะ โมหะได้
จะไม่ต้องมาเกิดอีกต่อไป
คราวนี้ถ้าเรา ทำดีบ้าง ทำชั่วบ้าง ไม่พอซะแล้ว ต้องรักษาใจด้วย



ยิ่งคิดยิ่งช้ำ ยิ่งย้ำยิ่งเจ็บ

เอาของกูคืนมา
การแข่งขันกีฬา เป็นกิจกรรม เพื่อความบันเทิง มีสิ่งล่อใจคือชัยชนะ ถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล ใบประกาสเกียรติคุณ และเงินรางวัล คนผู้ชนะจะเกิดความภาคภูมิใจแก่ผู้ชนะและครอบครัว โรงเรียน ตำบล อำเภอ จังหวัด ประเทศชาติ จึงก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ลดความขัดแย้ง สร้างความสัมพันธ์อันดีแก่กันและกัน รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
ทำให้ร่างกายแข็งแรง ทำให้รู้จักแพ้ รู้จักชนะ และรู้จักอภัย ห่างไกลยาเสพติด จิตใจแจ่มใส มีความสุขสนุกสนาน
การพนัน เป็นกิจกรรม เพื่อการหารายได้ คาดหวัง จะได้เงินทองของผู้อื่น โดยการเสี่ยงดวง คนติดการพนันนั้น ชีวิตมีความทุกข์มาก น่าสงสารเขา เขาจะมีความทุกข์มากกว่าคนปกติทั่วไป
คนเล่นการพนัน 100 ครั้ง อาจจะได้พนัน 50 ครั้ง เสียพนัน 50 ครั้ง  ฉนั้นอาจจะมีความสุข 50 ครั้งและทุกข์ 50 ครั้ง
นักพนันที่เล่นการพนันทุกๆวัน ทุกครั้งที่เสีย  มักจะคิดเสมอๆตอนเล่นว่า “มันเอาของกูไป เอาของกูคืนมา” เมื่อคิดซ้ำๆ บ่อยๆ ใจก็เศร้า สมองก็เครียด ลองดูก็ได้ ลองนั่งหลับตา คิดว่า “มันเอาของกูไป เอาของกูคืนมา”สัก 100 ครั้ง คิดแบบจริงจัง แบบที่นักพนันเขาคิดกัน รับประกันได้เลยว่า สมองจะต้องเครียด อาจจะมึนหัว ปวดหัว หงุดหงิด อย่างแน่นอน
หากวันหนึ่ง เสียพนัน 100 ครั้ง 1 เดือนก็ 100X30 = 300 ครั้ง
สร้างความเครียดให้กับตนเอง เดือนละ 300 ครั้ง

มันไม่สนุกหรอกครับ เอาของกูคืนมา เอาของกูคืนมา ๆๆๆๆๆๆๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น